ซีพียูรุ่น Intel Core i7 เป็นซีพียูที่มีชื่อเล่น (โค้ดเนม) ว่า Neharem ซึ่งทางอินเทลจะเริ่มวางจำหน่ายซีพียูสำหรับเครื่อง PC ในปีหน้านี้(2009) โดยซีพียู Intel Core i7 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Intel® Hyper-Threading Technology ที่จะทำงานบนซีพียูแบบ 4 แกน (four processor cores) ส่งผลให้เครื่องที่ใช้ซีพียู Intel Core i7 สามารถทำงานได้พร้อมๆกันในระัดับประมวลผลถึง 8 งาน หรือเทียบเท่ากับจำนวนงานที่ทำได้พร้อมกันในซีพียูแบบ 8 แกนที่ไม่มีเทคโนโลยี Hyper-Threading
เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์หลายแห่งได้มีการนำสเปคของซีพียู Core i7 (Nehalem) ขึ้นมาเผยแพร่บนเว็บไซต์พร้อมด้วยรายชื่อร้านค้าออนไลน์ที่พร้อมจำหน่ายซีพียู Core i7 โดยซีพียู Core i7 รุ่นแรกที่มีจำหน่ายก็คือ Intel Core i7 920

Intel Core i7 920 เป็นซีพียูแบบ Quad-Core 2.66GHz ผลิตด้วยกระบวนการ 45 นาโนเมตร มีค่า TDP 130 Watts รองรับการทำงานของหน่วยความจำแบบ DDR3-1333 (PC-10667U) อินเทอร์เฟซหน่วยความจำเป็นแบบ Triple Channel ซีพียูรองรับการทำงานของ Hyper-Threading, MMX, SSE, SSE2, SSE3, SSSE3, SSE4.1, SSE4.2, EIST, Intel 64, XD bit, iAMT2, TXT, Enhanced Halt State (C1E), Extended Stop Grant State (C2E), Deep Sleep State (C3E), Deeper Sleep State (C4E), Deep Power Down (C6) และ Thermal Monitor 2นอกจากนี้เว็บไซต์บางแห่งก็ยังมีการนำข้อมูลของซีพียู Intel Core i7 รุ่นอื่นๆ ออกมาแสดงให้เห็นอีกด้วย อาทิ
Intel Core i7 940 / 2.93GHz / L2-256KBx4 / L3-8MB Share / QPI 4.8GT/s / Socket LGA 1366Intel Core i7 EE 965 / 3.2GHz / L2-256KBx4 / L3-8MB Share / QPI 4.8GT/s Socket LGA 1366

อย่างไรก็ตามแม้ว่าอินเทลจะมีการเปิดตัว Core i7 อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 พฤศจิกายน แต่ก็ได้มีการส่งซีพียูให้กับบรรดานักทดสอบได้สัมผัสกันไปแล้วเป็นจำนวนมาก และมีการแสดงผลการทดสอบที่ยอดเยี่ยมออกมาให้เห็น ซึ่งเป็นไปได้ว่าอินเทลต้องการให้โลกรับรู้ว่า Core i7 นั้นเป็นซีพียูที่เร็วที่สุดในโลก (อีกครั้ง ซึ่งตอนที่เปิดตัว Core 2 อินเทลก็ใช้เคมเปญว่าเป็นซีพียูที่เร็วที่สุดในโลก (พีซี) เช่นกัน)
การเปิดตัวซีพียู Core i7 ที่จะเกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพิยงการประกาศเปิดตัวซีพียูใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศถึงเพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดอีกด้วย เพราะซีพียู Core i7 นั้นจะใช้ซ็อกเก็ตแบบ LGA1366 ในขณะที่บรรดา Core 2 ทั้งหลายใช้ LGA775 หมายความว่ามีขาเพิ่มขึ้นมาอีกเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วชิปเซตที่จะรองรับ Core i7 นั้นก็จะต้องใช้ชิปเซตซีรี่ส์ใหม่อย่าง X58 อีกด้วย












............วอยซ์คอยล์ คือขดลวดกำเนิดเสียง จะลอยอยู่ภายในช่องแก็ปแม่เหล็กนี้ ซึ่งมันจะรับพลังงานไฟฟ้าจากเครื่องขยายที่ป้อนเข้าไปจะทำให้มันเกิดอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นโดยกลับขั้วไปมาตามสัญญาณทางไฟฟ้าที่ป้อนเข้ามา เพราะสัญญาณเอ้าพุทจากเครื่องขยายนั้นเป็นสัญญาณไฟสลับ ทำให้เกิดการดูดหรือผลักกันกับแม่เหล็กถาวรที่ก้นลำโพง เป็นการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ส่งแรงการสั่นสะเทือนนี้ผ่านไปยังกรวย (Cone) ที่เชื่อมติดกับตัววอยซ์คอยล์อยู่ให้สั่นตามไปด้วย โดยมีสไปเดอร์ (Spider) และขอบ(Surround) เป็นตัวคอยยึดให้ทั้งชุดที่ขยับเข้าออกนี้ได้ศูนย์กลางอยู่ตลอดเวลาไม่เซไปเซมา เพื่อผลักอากาศให้เป็นคลื่นวิ่งมาเข้าหูของเราให้ได้ยินเป็นเสียงต่างๆนั่นเอง เจ้าตัววอยซ์คอยล์นี้ก็มีหลายแบบ คือ แบบ 2 ชั้น 4 ชั้น แบบเปลือกกระดาษ/ไฟเบอร์/ไมก้า หรือแบบเปลือกโลหะ แบบที่เป็น 4 ชั้นและมีเปลือกเป็นโลหะก็จะมีวัตต์สูงกว่า มีความทนทานมากกว่าแบบอื่น เพราะเมื่อวอยซ์คอยล์ทำงานไปนั้นมันจะมีความร้อนเกิดขึ้น ถ้าใช้วอยซ์ 4 ชั้นลวดจะมีขนาดใหญ่กว่ากระแสผ่านได้มากกว่า และมีเปลือกโลหะที่ช่วยระบายความร้อนออกจากขดลวดได้ก็จะได้วอยซ์คอยล์ที่มีความทนทานมากขึ้นอีกมาก
.............ร้านเราได้ผลิตวอยซ์คอยล์ที่มีรูเทอร์โบ (Turbo Gap) ขึ้นก็ด้วยเหตุที่ ในปัจจุบัน วงการเครื่องเสียงบ้านและเพาเวอร์แอมป์รถยนต์ มีการพัฒนาไปไกลมีกำลังวัตต์สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ตรงข้ามกับการพัฒนาลำโพงที่กำลังวัตต์ตามไม่ทัน ถ้าเร่งเครื่องแรงๆ ลำโพงมักจะไหม้ได้ง่าย เรื่องนี้เราได้เืพิ่มการเจาะรูเทอร์โบจะช่วยได้มาก เพราะว่าเปลือกโลหะที่ใช้งานอยู่นั้นมันจะเป็นตัวสกัดกั้นแรงแม่เหล็กส่วนหนึ่งที่ส่งผ่านระหว่างแม่เหล็กถาวรที่ก้นลำโพงกับตัวขดลวดวอยซ์คอยล์ (Magnetic Sheild) รูเทอร์โบที่เจาะอยู่ที่บริเวณที่พันขดลวดนั้น จะเป็นช่องทางให้การส่งผ่านเหล่านี้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทำให้ความร้อนในขดลวดน้อยลงและได้เสียงดีขึ้นด้วย เนื่องจากเมื่อเครื่องเพาเวอร์แอมป์ส่งกำลังไฟฟ้ามาให้ขดลวดเสียงแล้วมันจะไม่รับคืนกลับ (จะต้องใช้ให้หมด) ถ้ามีพลังงานเหลือใช้ไม่หมดจึงต้องเปลี่ยนไปพลังงานความร้อนแทน ถ้าเราเจาะรูเทอร์โบแล้ว พลังงานจะถูกใช้ไปได้มากขึ้นจะช่วยลดความร้อนของขดลวดเสียงได้มากทีเดียว 






